เจอเรื่องของโอตาคุที่น่าอ่านดีเลยเอามาลงให้อ่านกัน*--*
เกร็ดความรู้ก่อนอ่าน
Otaku = คนที่คลั่งใคล้สิ่งต่างๆ สำหรับในที่นี้จะใช้แทนคนที่คลั่งการ์ตูน
moe = คำที่แสดงถึงออกถึงความรู้สึกชอบใจเวลาเห็นสิ่งน่ารัก(จำกัดความได้ยาก)
akihabara = แหล่งโอตาคุขนาดใหญ่
Tokimeki Memorial = เกมส์จีบสาวยุคแรกเริ่มที่ดังมาก
Maid Cafe = คาเฟ่ที่บริกรจะแต่งตัวเป็นสาวใช้
เจอบทความน่าสนใจในเวปของอาซาฮีก็เลยเอาแปลมาให้อ่านกันครับ เรื่องของกะทาชายนามว่าโทรุ ฮอนดะ (ไม่ใช่โทรุจากฟรุ้ตบาสเก็ตน่ะ) รายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ครับ โทรุ ฮอนดะคือชายหัวเดียวกระเทียบลีบที่ปวรณาตัวเองเป็นโอตาคุพันธุ์แท้ เขาอาศัยอยู่ตัวคนเดียวที่บ้านพักแถวนากาโน่ในเมืองโตเกียว เรื่องแต่งตัวน่ะเรอะไม่มีทางซะหรอก แค่เสื้อผ้าราคาถูกจากร้านลดราคา และก็รองเท้าราคา 1000 เยนก็เพียงพอแล้ว
ทุกๆ วันฮอนดะจะแบ่งเวลาไปมาระหว่านากาโน่บรอดเวย์ช๊อปปิ้งมอล (ที่นี่แหละคือที่ตั้งร้านมันดาราเกะสาขาใหญ่และร้านค้าของเล่นราคาถูกอีกมากมาย) และย่านอากิฮาบาระ เพื่อซื้อเกมและก็ฟิกเกอร์ของสาวๆ และก็ปิดท้ายด้วยสินค้าพรีเมี่ยมที่เหล่าโอตาคุทั้งหลายชื่นชอบ ชายอายุ 35 ปีที่มีอาชีพนักเขียนอิสระนี้หมดเงินส่วนมากไปกับสินค้าของพวกโอตาคุ ที่บ้านเขานั้นมีเครื่องอัดหนังลง DVD แปดตัวทำให้เขาสามารถอัดหนังอนิเมกว่า 30 ชั่วโมงได้ในหนึ่งวัน
นอกจากนี้เขายังซื้อทีวี LCD ขนาด 45 นิ้วราคากว่า 900,000 เยนเพื่อที่จะได้ดูการ์ตูนให้ชัดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฮอนดะนั้นไม่มีแฟน เขายังบอกเองว่าเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งสุดท้ายที่พูดกับผู้หญิงนั้นเมื่อไหร่ จะมียกเว้นไว้ก็เพียงคนเดียวนั้นก็คือป้าแก่ 80 ปีเจ้าของอพาร์ทเมนท์ที่เขาต้องเจออยู่ทุกวันนั่นเอง เขารู้สึกพอใจกับชีวิตที่แสนสงบสุขนี้ แต่ว่าคนทั่วไปกลับมองโอตาคุในแง่ที่ไม่ดีนัก เขาบอกว่าโอตาคุถูกตัดสินจากคนในสังคมแล้วว่าเป็น "พวกที่ไม่สามารถแตะต้องได้" และมองว่าความรักนั้นคือสิ่งประเสริฐที่สุดของอารมณ์มนุษย์
สำหรับเขารักมันลงโลงไปนานแล้ว สิ่งที่มาทดแทนนั้นก็คือความ MOE ของสาวๆ ในตัวละครที่เขาชื่นชอบ สำหรับโอตาคุแล้ว Moe คือที่พักพิงใจ ไม่เคยเจ้าชู้ ไม่เคยเรียกร้องหาความรักที่วัดค่าไม่ได้ เหนืออื่นใด Moe มีแต่การเสียสละ และไม่เคยเรียกร้องอะไรกลับคืน เพื่อที่จะปกป้องและเผยแพร่สิ่งที่ใกล้เคียงกับความเชื่อทางศาสนาแบบนี้ ฮอนดะถึงกับเปิดเวปไซต์ http://ya.sakura.ne.jp/otsukimi/ ขึ้นมาในฤดูใบไม้ผลิปี 2004 เพื่อปกป้องชีวิตไลฟ์สไตล์ของเหล่าโอตาคุทั้งหลาย
หนังสือเล่มล่าสุดของเขา "Denpa Otoko" (บุรุษคลื่นวิทยุ) ที่ตีพิมพ์ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ของชาวโอตาคุทั้งหลาย หนังสือความหนากว่า 405 หน้าบรรยายถึงชีวิตของเหล่าโอตาคุ และเปรียบเปรยว่าเป็นสิ่งมีชีวิตอันสุดยอด และยังบอกอีกด้วยว่า Moe นั้นจำเป็นกับความสงบสุขของโลก และจากการพิมพ์รอบที่ 4 หนังสือเล่มนี้ทำยอดขายไปได้แล้วกว่า 33,000 เล่มในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา
เหล่าสาวกที่ได้อ่านหนังสือของเขาได้พากันร่อนอีเมลล์มากมายมาหาและบอกว่าหนังสือของเขาทำให้พวกเขารู้สึกล้าหาญและรู้สึกว่าหนทางการดำเนินชีวิตของเขานั้นเป็นเรื่องถูกต้อง ทางทีมงานได้สัมภาษณ์ฮอนดะหลังจากที่มีข่าวว่าหนุ่มหื่นวัย 24 ปีจากซัปโปโรถูกจับกุมในข้อหากักขังแหละหน่วงเดียวเด็กสาว โดยที่อพาร์ทเมนท์ของหนุ่มอื่นรายนี้เต็มไปด้วยเกมและอนิเมมากมาย โดยข้อหาที่เขาถูกจับก็คือการบังคับให้เหยื่อของเขาเรียกเขาว่า "มาสเตอร์" ซึ่งคำนี้เป็นคำที่ใช้เรียกปกติของบริกรสาวในชุดดำซึ่งคาดผ้ากันเปื้อนสีขาวในร้านเมคคาเฟ่ นั่นเอง
ฮอนดะที่ให้สัมภาษณ์ที่ร้าน Cafe au lait ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านเมคคาเฟ่ที่เปิดให้บริการมานานที่สุดในย่านอากิฮาบาระได้พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ว่า "โอตาคุที่แท้จริงน่ะจะแยกความแตกต่างระหว่างโลก 2 มิติและโลกจริงๆ อีก จริงๆน่ะโอตาคุน่ะเชื่องยังกับแกะเลยล่ะ" ชื่อหนังสือ Denpa Otoko ของเขานั้นคล้ายกับหรืงสืออีกเล่มหนึ่งที่ชื่อ "Densha Otoko" ซึ่งอย่างหลังนั้นเริ่มฮิตมาตั้งแต่สมัยที่ลงอยู่บนบอร์ดชื่อดังอย่าง 2 Channel จากนั้นจึงกลายมาเป็นหนังสือ และก็ติดอันดับขายดีจนกลายเป็นภาพยนตร์แล้ว
โดยเรื่องราวในหนังสือเล่มหลังนั้นกล่าวถึง หนุ่มโอตาคุที่อยากรู้จักผู้หญิงที่เขาบังเอิญเจอบนรถไฟ เขาจึงไปขอคำปรึกษาบนเว็บบอร์ด (BBS)เพื่อช่วยติวเรื่องความรัก แน่นอนว่าเรื่องนี้จบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้งเพราะว่าสาวเจ้าที่คอยให้คำแนะนำกับหนุ่มโอตาคุนี้ก็คือคนเดียวกับที่เขาปิ้งนั่นเอง เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วฮอนดะบอกว่าไอ้เรื่องที่เดาตอนจบได้ง่ายแบบนี้มันมีดีอะไร
เขาบอกว่าไอ้การจบแบบรักสมหวังนี้มันไม่ใช่ชัยชนะของชาวโอตาคุ ความล้มเหลวต่างหากคือของจริง ในหนังสือ Densha Otoko นั้นคือเรื่องราวของหนุ่มโอตาคุผู้ยอมแพ้ให้พวก "ลัทธิบูชาความรัก" ตัวละครหลักนั้นประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนให้สาวที่หมายตากลายเป็นโอตาคุ และนำเธอสู่สรวงสวรรค์แห่งใหม่ที่ชื่ออากิฮาบาระ บรรณาธิการที่พิมพ์หนังสือของฮอนดะที่ชื่อชุน ไซโต้ เห็นด้วยกับฮอนดะ เขาบอกว่าสิ่งที่หนังสือเล่มนี้ต้องการบอกนั้นก็คือการถามว่า "เป็นโอตาคุแล้วมันแย่ตรงไหน?" "ทำไมเราไม่ภูมิใจในความเป็นโอตาคุ?"
ฮอนดะเขียนไว้ในหนังสือว่า "ตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมาความรักกลายเป็นวัตถุที่แสนสิ้นเปลือง ผู้ชายจำนวนมากจ่ายเงินให้ผู้หญิง ผู้หญิงก็เอาเงินที่ได้จากผู้ชายไปจับจ่ายซื้อข้าวของ เพราะฉะนั้นไอ้คนแบบผมที่หน้าตาไม่หล่อพ่อไม่รวยเลยถูกตัดสินว่าเป็นไอ้ขี้แพ้" แต่ว่าในขณะที่รักกลายเป็น "วัตถุสิ้นเปลือง" แต่ว่าฮอนดะกลับบอกว่าเกมอย่าง "Tokimeki Memorial" หรือว่า "To Heart" ที่ออกมาแล้วนั้นกลับทำให้ผู้เล่นนั้นตกหลุมรักในตัวละครได้อย่างง่ายดาย เกมพวกนี้นั้นเหมือนพระมาโปรดให้ชาวโอตาคุทั้งหลายที่ไม่มีเพื่อนหญิง เพราะเกมพวกนี้ทำให้ชาวโอตาคุได้สัมผัสเข้าไปสู่โลกแห่ง Moe ที่ซึ่งพวกเขามีแต่คาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนและเกมอยู่เต็มหัวใจ
ฮอนดะแบ่งหัวข้อของคำว่ารักให้เป็นสองหัวข้อใหญ่ๆ นั่นก็คือ "3 มิติ" และ "2 มิติ" โดยอย่างแรกนั้นคือของจริง และอย่างหลังนั้นก็คือพวกเกมโอตาคุทั้งหลาย ฮอนดะบอกว่าเขาต้องการหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์กับผู้หญิง แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องยากสำหรับเขา เขาพูดเหยียดๆ ตัวเองด้วยซ้ำว่าความน่าเกลียดและความเป็นโอตาคุของเขาเป็นอุปสรรคสำคัญในการที่จะมีความรักในโลกแห่งความเป็นจริง
เขาเองก็บอกได้ยากว่าโลกที่แท้จริงของเขาจบลงและโลกที่เขาจินตนาการขึ้นเองนั้นเริ่มเมื่อไหร่ แต่ในหนังสือเขาบอกว่าเขาเริ่มโหยหาความรักที่บริสุทธิ์มาตั้งแต่สมัยเด็กที่ได้รับความชอกช้ำในโกเบ เขาเขียนถึงแม่ของเขา ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูล ต้องถูกบังคับให้แต่งงาน แล้วพ่อของเขาก็ทุบตีแม่ และก็หนีไปอยู่กับผู้หญิงอื่น
ฮอนดะได้รู้ว่าพ่อของเขานั้นก็เคยถูกปู่ทิ้งไปเหมือนกัน พ่อก็เลยเลียนแบบพฤติกรรมแบบนี้ในตอนที่เป็นผู้ใหญ่ เรื่องราวชีวิตของครอบครัวของฮอนดะมีอะไรน่าเศร้ายิ่งกว่านั้น แม่ของเขาต้องไปทำงานในคาบาเร่ต์เพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ที่สูงวัยและลูกทั้ง 2 คน ก่อนที่เธอจะมารู้ว่าเธอเป็นมะเร็งตอนอายุ 40 แม่ที่เจ็บออดๆ แอดๆ และป่วยเรื้อรังบอกกับฮอนดะว่าเธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก นั่นคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตของเธอ ฮอนดะได้ฟังเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่ารู้สึกเหมือนสูญเสียการมีอยู่ของตัวตน เขาเขียนไว้ในหนังสือว่า ความเกลียดผู้ชายของแม่ทำให้แม่เลี้ยงเขามาแบบเด็กผู้หญิง และทำให้เขาถูกคัดค้านเสมอตอนที่เขาเป็นเพื่อนกับเด็กผู้หญิง
ตอนเขาอายุ 16 เขาได้ค้นพบแล้วว่าครอบครัวของเขานั้นช่างไม่สมประกอบ เขาเลิกไปโรงเรียนและพยายามจะฆ่าตัวตาย แต่แม่ของเขาก็มาขวางเอาไว้ ท้ายที่สุดฮอนดะก็ขังตัวเองอยู่ในห้องเล็กๆ นั่งดูการ์ตูนอนิเมแบบไม่รู้จบ ดูสาวน้อยหน้าตาแฉล่มมากมายในโทรทัศน์ แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องเดิมๆ ที่ตัวเอกสาวน้อยทั้งหลายจะต้องเจอสถานการณ์ที่ลำบากแต่ว่าทุกครั้งจะจบลงด้วยดี "ผมเลยเริ่มสร้างโลกในจินตนาการขึ้นมา โลก 2 มิติที่มีเพียงแต่ผมและตัวการ์ตูนอยู่ท่านั้น" เขากล่าว
ฮอนดะลาออกจากโรงเรียนมัธยม และขังตัวเองอยู่ในห้องพร้อมกับปล่อยให้จินตนาการล่องลอย หลังจากแม่ของเขาตาย เขาใช้เงินประกันเพื่อเข้าโรงเรียนกวดวิชา ในที่สุดเขาก็ได้ใบประกาศนียบัตรทำให้เขาเข้ามหาวิทยาลัยวาเซดะในปี 1988 ได้ เขาคิดว่าเขาจะเริ่มชีวิตใหม่ที่นี่ แต่ว่าเขาก็เข้าใจอย่างท่องแท้แล้วว่าผู้หญิงจะไปกับผู้ชายที่หล่อแมน มีเงินหรือมีรถเท่านั้น หลังจากเรียนจบฮอนดะเข้าทำงานในสำนักพิมพ์ได้ 9 เดือนหลังจากนั้นก็ลาออก เขากลับไปที่โกเบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะพอดีที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในโกเบเมื่อปี 1995 แน่นอนว่าบ้านของเขากระจุยไม่เหลือ
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ฮอนดะคิดว่าการตายคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดของเขา แต่ว่าการ์ตูนและเกมก็ช่วยให้เขารอดพ้นช่วงเวลาที่ลำบากนั้นมาได้อีกครั้ง "พวกคาแรคเตอร์ที่น่ารักเหล่านี้ช่วยชีวิตผมอีกครั้ง ไม่ว่าผมจะต้องการหรือไม่ก็ตาม" เขาบอกอย่างนั้น มีช่วงหนึ่งหนังสืมพิมพ์และหนังสือหลายฉบับลงตีพิมพ์บทความเรื่องที่ผู้หญิงชาวญี่ปุ่นนั้นหาแฟนยาก เพราะว่าผู้ชายหลายคนเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องแล้วก็เอาแต่นั่งดูการ์ตูน
เมื่อได้ยินทฤษฎีบ้าๆ แบบนี้ฮอนดะถึงกับโกรธมาก เขาเขียนไว้ในหนังสือว่า เขาไม่มีทางเลือก แต่ว่าเขาก็ไม่เคยตบตีผู้หญิง แม้ว่าใน Blog ของเขาจะเขียนถึงไว้อย่างสาดเสียเทเสีย แต่ถ้าต้องการจะมีชีวิตอยู่อย่างสงบโดยไม่ทำร้ายคนอื่น เขาก็ต้องอยู่กับบ้านและใช้ชีวิตอยู่ในโลกของจินตนาการ แต่พวกผู้หญิงกลับบอกว่าการใช้ชีวิตแบบนี้กลับใช้ไม่ได้ ความเคืองแค้นในความเข้าใจผิดในตัวของโอตาคุเป็นสิ่งจุดประกายให้เขาเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา
เขารู้สึกว่าพวกโอตาคุต้องการใครซักคนที่จะบอกเล่าเรื่องราวอีกด้านหนึ่งของกลุ่มคนที่โหยหาความรักอันเป็นปักเจกที่ไร้พิษภัยในโลกแห่งจินตนาการ ซึ่งถูกตราหน้าว่าไม่เหมาะสมในสังคม จากความผิดหวังในโลก 3 มิติ ฮอนดะสร้างครอบครัวในจินตนาการของเขาขึ้นมา โดยในครอบครัวนั้นมีน้องสาวที่เป็นคิเมร่าที่สร้างขึ้นด้วยมือเขาเอง แล้วก็ยังมีทั้งภรรยา น้องสาวอีก 2 คนและก็คนรับใช้
ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดถูกหยิบยืมมาจากในเกมทั้งนั้น แม้ว่าจะดูเป็นชีวิตที่โดษเดี่ยว แต่ฮอนดะบอกว่าแม้เขาจะไม่ถูกยอมรับเป็นสัตว์สังคม แต่ว่าเขาก็ไม่ได้เหงาอะไร เขาไม่แนะนำให้โอตาคุดำเนินรอยตามชีวิตของเขา เพราะเขาบอกว่า "คุณจะสูญเสียสิ่งสำคัญบางอย่าง" อย่างเช่นความอบอุ่นที่ได้รับจากมนุษย์คนอื่น และอีกอย่างหนึ่งก็คือคุณอาจจะ "กินแกลบ" ในการจับจ่ายใช้สอยซื้อของเพื่อสร้างครอบครัวในอุดมคติขึ้นมา...
ที่มา http://www.asahi.com/english/Herald-asahi/TKY200506040207.html
ปล.อ่านแล้วก็คิดว่าชีวิตโอตาคุแต่ละคนจะมีจุดร่วมที่เหมือนกันบางอย่าง คนที่จะเข้าใจโอตาคุได้ก็อาจะมีแค่โอตาคุด้วยกันเองแฮะ
เครดิต - http://www.questnewsonline.com/news_detail.php?Category=6&id=00912
edit @ 31 Jul 2008 20:53:13 by reibear
